FAQ: คำถามเจาะลึก "วีซ่าทำงานและวีซ่าธุรกิจ (Non-B)" โดย ethaivisa
ต้องยื่นขอวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส Non-Immigrant Visa 'B' (หรือย่อว่า Non-B Visa) ครับ ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทเดียวที่เปิดช่องทางกฎหมายให้สามารถยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เพื่อทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องครับ
เราดูแลแบบครบวงจร (One-Stop Service) ครับ ตั้งแต่วิเคราะห์โครงสร้างบริษัทฝั่งนายจ้าง, ยื่นขอหนังสืออนุมัติการจ้างงาน (บต.32), กรอกระบบ Thai E-Visa ส่งให้ต่างชาติ, ไปจนถึงพาไปแต้มป์เล่มวีซ่ารายปี และออกใบอนุญาตทำงานในไทย โดยที่ลูกค้าไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องเอกสารเลยครับ
เปลี่ยนได้ครับ หากบริษัทในไทยมีความพร้อมด้านเอกสาร และต่างชาติมีเวลาพำนักเหลือไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ สามารถยื่นเรื่องเปลี่ยนประเภทวีซ่าเป็น Non-B ในไทยได้เลยโดยไม่ต้องบินออกนอกประเทศครับ
ผลลัพธ์สุดท้ายเหมือนกันคือได้อยู่ทำงาน 90 วันแรกครับ แต่ต่างกันที่ขั้นตอน หากขอจากต่างประเทศจะต้องใช้ใบ บต.32 ยื่นผ่านระบบออนไลน์ (Thai E-Visa) ของสถานทูตไทย แต่ถ้าเปลี่ยนในไทยจะต้องหอบเอกสารบัญชีและภาษีของบริษัทชุดใหญ่ไปยื่นตรวจที่ ตม. ในไทยครับ
ต้องตรงกัน 100% ครับ ข้อมูลชื่อตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ และชื่อบริษัทผู้ว่าจ้างในเอกสารคำขอวีซ่า Non-B และในเล่ม Work Permit ห้ามผิดเพี้ยนแม้แต่ตัวอักษรเดียว ไม่งั้นระบบราชการจะไม่อนุมัติงานให้ครับ
บริษัทเปิดใหม่ก็จ้างได้ครับ แต่เอกสารจะถูกตรวจสอบเข้มงวดกว่าปกติ โดยทั่วไป ตม. และกรมการจัดหางานจะอยากเห็นบริษัทที่ปิดงบการเงินปีแรกแล้วและมีการส่งภาษีสม่ำเสมอ หากเป็นบริษัทเปิดใหม่เร่งด่วน แนะนำให้ปรึกษา ethaivisa เพื่อวางแผนจัดเซ็ตเอกสารเฉพาะทางครับ
บริษัทต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระเต็มมูลค่าแล้วอย่างน้อย 2,000,000 บาท ต่อการจ้างพนักงานต่างชาติ 1 คน ครับ (ถ้าจะจ้าง 2 คน ก็ต้องมีทุน 4,000,000 บาท) ยกเว้นบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่จะได้รับยกเว้นเกณฑ์นี้ครับ
กรมจัดหางาน นับจาก 'รายชื่อพนักงานไทยที่บริษัทส่งเงินสมทบประกันสังคม (สปส.1-10) ย้อนหลัง 3 เดือนเต็ม' ครับ พนักงานไทยต้องมีตัวตนจริง จ่ายภาษีและประกันสังคมถูกต้องตามกฎหมาย ถึงจะนำมานับเป็นโควตาซัพพอร์ตต่างชาติ 1 คนได้ครับ ส่วนในส่วนของ ตม.จะนับจาก ภงด.1
คิดแยกตามสัญชาติของพนักงานคนนั้นๆ เลยครับ เช่น หากเป็นคนอังกฤษหรืออเมริกัน ต้องสตาร์ทที่ 50,000 บาท/เดือน, คนอินเดีย 35,000 บาท/เดือน, คนฟิลิปปินส์หรือพม่า 25,000 บาท/เดือน ซึ่งฐานเงินเดือนนี้ต้องตรงกับแบบยื่นภาษี ภ.ง.ด.1 ของบริษัทด้วยครับ
จำเป็นมากครับ หากบริษัทมีรายได้ถึงเกณฑ์หรือต้องการจ้างคนต่างชาติ การจดทะเบียน VAT (ภ.พ.20) และมีใบเสร็จนำส่งภาษี
สามารถไปยื่นคำร้องต่ออายุวีซ่ารายปี (1 Year Extension) ที่ ตม. ได้ล่วงหน้า ไม่เกิน 45 วัน ก่อนวีซ่าเดิมจะหมดอายุครับ แนะนำให้รีบทำแต่เนิ่นๆ เผื่อกรณีเจ้าหน้าที่ขอเอกสารบัญชีเพิ่มจะได้ยื่นทันเวลาครับ
เป็นกระบวนการปกติของ ตม. ครับ เรียกว่าช่วง Under Consideration (รอฟังผลพิจารณา 21 วัน) เจ้าหน้าที่จะประทับตราให้อยู่ต่อชั่วคราวก่อน เพื่อใช้เวลานี้ตรวจสอบงบการเงินและสุ่มตรวจออฟฟิศบริษัท เมื่อครบกำหนดแล้วจึงค่อยไปสแตมป์วีซ่าตัวจริง 1 ปีเต็มครับ
ทำงานได้ตามปกติครับ ตราประทับรอฟังผลถือเป็นการผ่อนผันให้อยู่ต่อ และทำงานในไทยได้อย่างถูกกฎหมายในระหว่างที่รอการอนุมัติขั้นสุดท้ายครับ
จุดสำคัญที่เพิ่มมาคือ 'แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.91)' ของตัวต่างชาติเองในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร เพื่อพิสูจน์ว่าต่างชาติเข้ามาทำงานและเสียภาษีส่วนบุคคลให้รัฐบาลไทยจริงครับ
มีผลร้ายแรงครับ หากวีซ่าขาด (Overstay) สิทธิ์ในการอยู่ต่อจะสิ้นสุดลงทันที ต่างชาติต้องไปเสียค่าปรับ Overstay วันละ 500 บาท แบลคลิสได้ กรณีอยู่เกิน overstay 90 วันขึ้นไป ส่วนใบอนุญาตทำงานจะถือว่ายังไม่หมดอายุ แต่ต้องไปเริ่มกระบวนการในการขอวีซ่า Non-B ใหม่ทั้งหมด
ยังไม่ได้ครับ! วีซ่า Non-B เป็นเพียงประตูเปิดให้เข้าเมืองเฉยๆ ต่างชาติจะเริ่มทำงานได้ก็ต่อเมื่อได้รับ 'ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)' จากกรมการจัดหางานเรียบร้อยแล้วเท่านั้น หากทำงานโดยมีแค่วีซ่าแต่ไม่มี Work Permit จะถือว่าทำงานอย่างผิดกฎหมายครับ
ก่อนบินออกนอกประเทศไทย ต่างชาติต้องทำ Re-entry Permit (การขออนุญาตกลับเข้าเมือง) ทุกครั้งครับ สามารถทำได้ที่ ตม. หรือที่เคาน์เตอร์ ตม. สนามบินก่อนบินออก หากลืมทำ Re-entry วีซ่าทำงานรายปีที่อุตส่าห์ทำมาจะ 'ตายทันที' เมื่อก้าวเท้าออกจากประเทศครับ
*Single Re-entry (1,000 บาท): ใช้บินเข้าออกได้แค่ครั้งเดียว เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยเดินทาง Multiple Re-entry (3,800 บาท): บินเข้าออกกี่ครั้งก็ได้ตลอดอายุวีซ่า เหมาะกับผู้บริหารหรือนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ซึ่งทำแบบ Multiple จะคุ้มค่าและประหยัดเวลากว่ามาก
ปัจจุบันกรมการจัดหางานได้เปลี่ยนจากเล่มน้ำเงินแบบกระดาษ มาใช้ระบบดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน 'Thailand Digital Work Permit' บนสมาร์ตโฟนแล้วครับ
ต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงครับ ตามกฎหมาย ตม. (ม.38) เจ้าของที่พักหรือตัวต่างชาติต้องยื่นฟอร์ม TM.30 (แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าว) ทุกครั้งที่มีการย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งเอกสาร TM.30 นี้ ตม. จะเรียกตรวจเช็กทุกครั้งตอนที่ไปต่ออายุวีซ่าทำงานรายปีครับ
หากวางแผนไทม์ไลน์ดีๆ ไม่ต้องบินออกครับ สามารถทำเรื่อง 'เปลี่ยนนายจ้าง' (Change of Employer) ในไทยได้ โดยต้องประสานงานให้บริษัทเก่าออกหนังสือยกเลิกวีซ่าในวันเดียวกันกับที่บริษัทใหม่ยื่นเอกสารบรรจุเข้าทำงานต่อ ตม. เป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน แนะนำให้ใช้บริการผู้เชี่ยวชาญอย่าง ethaivisa จัดการให้ครับ
วีซ่าจะหมดอายุลงทันทีในวันสุดท้ายของการทำงานครับ ต่างชาติและ HR ต้องไปแจ้งยกเลิกวีซ่าที่ ตม. และในวันนั้นหากยังไม่พร้อมบินออก สามารถยื่นคำร้องคำขออยู่ต่อเพื่อเตรียมตัวเดินทางออก (ตม.7) ซึ่ง ตม. จะผ่อนผันประทับตราให้อยู่ต่อเคลียร์ตัวเองได้อีก 7 วัน ครับ
ต้องทำทุกคนครับ ต่างชาติที่อยู่ไทยยาวต่อเนื่องเกิน 90 วัน มีหน้าที่ต้องรายงานที่พักอาศัยต่อ ตม. ทุกๆ 90 วัน หากเลยกำหนดจะมีโทษปรับ 2,000 บาท ซึ่งบริการของ ethaivisa มีระบบคอยแจ้งเตือนและยื่นรายงานตัว 90 วันออนไลน์ให้ลูกค้าฟรีตลอดอายุบริการครับ
ต่างชาติต้องไปติดต่อสถานทูตตัวเองในไทยเพื่อทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ให้เสร็จก่อนครับ จากนั้นนำเล่มเก่าและเล่มใหม่ไปที่ ตม. เพื่อทำเรื่อง ย้ายตราประทับวีซ่า (Transfer Stamp) ลงเล่มใหม่ จึงจะใช้งานเดินทางหรือต่ออายุวีซ่าต่อไปได้ครับ
เพราะการขอและต่ออายุวีซ่า Non-B มีการตรวจสอบเอกสารที่ซับซ้อนเชื่อมโยงกันถึง 3 ฝ่าย คือ ตัวต่างชาติ บัญชีภาษีของบริษัท และกฎระเบียบที่อัปเดตตลอดเวลาของ ตม. หากมีข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียว เช่น ส่งประกันสังคมไม่ครบ หรือกรอกตำแหน่งงานไม่ตรง เคสจะโดนปฏิเสธทันทีจนทำให้ธุรกิจสะดุด ทีมงาน ethaivisa มีประสบการณ์ตรงกว่า 10 ปี เราสแกนเอกสารเชิงลึก 100% และมีคอนเนกชันที่พร้อมช่วยแก้ปัญหาหน้างานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้คุณได้วีซ่าทำงานอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และประหยัดเวลาที่สุดครับ